การพัฒนามนุษย์เป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งวิธีการพัฒนามนุษย์เพื่อให้มี ทักษะที่ยั่งยืนเพื่อใช้ชีวิตในโลกอนาคตซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคม และเทคโนโลยีนั้นคือการพัฒนาการศึกษา การศึกษาเป็นการสร้างชีวิตของมนุษย์ให้มีศักยภาพในกร ดำรงชีวิตและเป็นประชาชนที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศต่อไป แนวการศึกษาที่จะเหมาะสมกับ โลกปัจจุบันและโลกอนาคตที่กำลังเป็นที่สนใจทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา อังกถษ สิงค์โปร์ และ ประเทศไทยคือ การศึกษาแบบ STEM แนวการศึกษาแบบSTEM เริ่มที่ปะเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการพัฒนาการวิธีสอนแบบบูรณาการในกลุ่ม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและ คณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน และจัดการเรียนการสอนตั้งแต่แต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในรัฐตงๆของประทศ สหรัฐอเมริกา รวมทั้งหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์หน่วยงานรัฐและเอกชน

 

STEM เป็นตัวย่อ ซึ่ง S หมายถึง Sciences หรือ วิทยาศาสตร์ T หมาย ถึง Technology หรือ เทคโนโลยี E หมายถึงEngineer หรื วิศวกรรม และ M หมายถึง Mathematics หรือ คณิตศาสตร์ ซึ่ง การศึกษาแบบ STEM เริ่มในปี ค.ศ.2006 หลังจกที่รัฐบาลประธานาธิบดี จอรจ์ ดับเบิ้ลย บุชได้ ประกาศ ใช้กฎหมายการศึกษา Elementary and Secondary Education Act ในปี 1999 หรือที่รู้จักกันว่า No Child Left Behind Act โดยสนับสนุน Literacy หรือการเรียนเขียนอ่านเป็นให้สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งใน กรจัดการศึกษาโดยมีจุดมุ่งหมายคือเพื่อให้เด็กได้อ่านออกเขียนได้และประสบความสำเร็จในการอ่าน เขียน (National Conference of State Legislatures, 2556 หน้า 1) เพราะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการพัฒนาการศึกษา การอ่านออกเขียนได้เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารและเข้าใจผู้อื่น ในโลก (เพียร์สัน: Pearson, 2012 หน้า 5) ต่อมาได้เพิ่ม นโยบายความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและ คณิตศาสตร์

(Drew, 2011 หน้า 26-27) จึงได้ไช้ STEM Education เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาต่อจาการพัฒนาเด็กในการอ่านเขียน และต่อมานโยบายทางการศึกษา ของประเทศจึงประกาศใช้ STEM เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาทำให้รัฐต่างๆในสหรัฐอเมริกา กระตือรือร้นรันในการจัดการศึกษา STEM โดยนำจุดมุ่งหมายของการศึกษาแบบ STEM มาใช้ร่วม กับสมรรถนะ (หรือคุณลักษณะพื้นฐานเชิงของ พฤติกรรมของบุคคลที่ควรมี เช่น แรงจูงใจ ทักษะ อุปนิสัย) STEMเป็นการศึกษาที่ทำให้เด็กได้มี โอกาสเรียนแบบบูรณาการและพัฒนาทักษะต่างๆ ในการทำงาน (แชสเตอร์:Schachter,2012 หน 42) การศึกษา STEM ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการ พัฒนาเด็กที่มีพรสวรรค์  โดยโรงเรียนต่างๆในสหรัฐอเมริกา มีการจัดกรศึกษา STEM ให้กับเด็กตั้งแต่ ระดับชั้น อนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่6 รวมทั้งมีการฝึกทักษะพัฒนาครูให้ชำนาญในด้นการ สอน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และให้โอกาสเด็กที่มี ความสามารถพิเศษ เพื่อเตรียมตัวที่จะเรียนในด้านการศึกษาที่เกี่ยวกับ STEM คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและ คณิตศาสตร์ ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและ ปริญญาเอก เพิ่มขึ้น    การศึกษาSTEM เกี่ยวพันกับเด็กในยุคปัจจุบันเป็นอย่างยิ่งเพราะเด็กในปัจจุบันอยู่ใน โลกของ เทคโนโลยี ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเกี่ยวพันกับศาสตร์ทั้ง 4 ของSTEM

ไฟล์แนบ

doc แผนสะเต็มชุดที่ 1 สปาเกตตี เสาชิงช้า แกว่งน

ขนาดไฟล์ 204 KB | จำนวนดาวน์โหลด 27 ครั้ง

doc แผนสะเต็มชุดที่ 3 จรวดโพรเจกไทล์ตามสไตล์ข

ขนาดไฟล์ 51 KB | จำนวนดาวน์โหลด 21 ครั้ง

ความคิดเห็น