ผู้วิจัย

ผกามาศ บุตรสาลี, สุพัตรา รักการศิลป์ และเอมอร แสวงวโรตม์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศึกษารูปแบบการเพิ่มมูลค่าสินค้าของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และศึกษาช่องทางการจัดจําาหน่ายสินค้าของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากชุมชนในเป้าหมายในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 พื้นที่ ประกอบด้วย เทศบาลตําบลท่าก้อนอําเภออากาศอํานวย จังหวัดสกลนคร องค์การบริหารส่วนตําาบลโพธิ์ชัย อําเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านไทย อําาเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนตําาบลเมืองบัว อําเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตําบลพระเสาร์ อําเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร องค์การบริหารส่วนตําบลน้ำใส อําเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด และองค์การบริหารส่วนตําบลศรีณรงค์ อําเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ โดยเป็นการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ชุมชมมีการบริหารจัดการกลุ่มภายใต้การนําาของประธานกลุ่ม ซึ่งทําหน้าที่ประสานงานกับสมาชิกกลุ่ม โดยรูปแบบการบริหารจัดการชุมชนมีแนวทางในการบริหารจัดการกลุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มที่ประสบความสําเร็จในการบริหารจัดการกลุ่ม จะมีแนวทางในการดําเนินงานโดยการใช้ผู้นําชุมชน หรือผู้ที่มีความรู้เป็นตัวขับเคลื่อน โดยการให้ผู้นําาหรือผู้ที่มีความรู้เป็นประธาน/เป็นหัวหน้ากลุ่มในการดําเนินงาน ส่งผลให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น และ 2) กลุ่มที่ยังไม่ประสบความสําาเร็จในการดําเนินงาน ทําให้กลุ่มมีปัญหา เนื่องจาก ในการดําเนินงานกลุ่มยังขาดผู้นําที่มีจิตอาสาในการขับเคลื่อน ยังมีการมุ่งประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนร่วม ไม่มีการเสียสละเวลา และบุคคลที่เป็นผู้นําหรือประธานกลุ่มจะมาจากบุคคลที่เป็นสมาชิกที่ไม่ใช้ผู้นําภายในชุมชนดังนั้น กระบวนเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนด้านการบริหารจัดการชุมชน พบว่า ชุมชนควรมีการบริหารจัดการกลุ่มร่วมกับโดยผ่านกระบวนการและวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ 1.1) การเข้ามามีส่วนร่วมในการดําเนินงานของชุมชน 1.2) ความเข้มแข็งหรือศักยภาพในการบริหารงานของผู้นํา 1.3) การมีกฎ กติกา หรือระเบียบในการดําเนินงานที่ใช้ร่วมกัน 1.4) องค์ความรู้ในการดําเนินงานของกลุ่มและ 1.5) การใช้ทรัพยากรในการดําาเนินงานร่วมกัน 2) การศึกษารูปแบบการเพิ่มมูลค่าสินค้าของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ชุมชนมีรูปแบบการเพิ่มมูลค่าสินค้าที่ภายใต้การบริหารจัดการของผู้นําาชุมชนและประธานกลุ่ม ดังนั้นในการเพิ่มมูลค่าสินค้าของชุมชนมีกระบวนการ ดังนี้ 2.1) ชุมชนที่มีผลิตภัณฑ์เดิมจะดําเนินการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย การสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน การลดต้นทุนการผลิตของผลิตภัณฑ์ลงโดยการให้ความรู้กับสมาชิกกลุ่ม เช่น วิธีการคิดต้นทุน การจัดทําาบัญชีรายรับ รายจ่าย และการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากขึ้น และการกําหนดราคาสินค้า เป็นต้น และ 2.2) ชุมชนที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์แต่มีวัตถุดิบภายในชุมชนจะดําเนินการโดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาจากความต้องการของชุมชน ชุมชนสามารถทําได้เอง โดยใช้องค์ความรู้ วัตถุดิบ และวิธีการที่มีอยู่ภายในชุมชน ซึ่งส่งผลให้ชุมชนมีผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดขึ้น และ 3) การศึกษาช่องทางการจัดจําหน่ายสินค้าของชุมชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า การพัฒนาช่องทางการจัดจําหน่ายสินค้า ชุมชนมีการพัฒนาช่องทางการจัดหน่ายสินค้าด้วยวิธีการหลากหลาย ได้แก่ การจําหน่ายสินค้าผ่าน Facebook Line และการวางจําหน่ายหน้าร้านค้าชุมชน โดยช่องทางการจัดจําหน่ายสินค้าจะได้รับการหนุนเสริมผ่านผู้นําองค์กรหรือผู้กลุ่ม เช่น นายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความกว้างขวางเป็นที่รู้จักของบุคคลหลาย ๆ คน ส่งผลให้สินค้าสามารถจําหน่าย

ความคิดเห็น