Indian 1975 คืออะไร ? : ประวัติศาสตร์การรังวัดประเทศไทยและรากฐานของแผนที่
ในยุคที่เราสามารถเปิด GPS บนโทรศัพท์มือถือและทราบตำแหน่งได้ภายในไม่กี่วินาที หลายคนอาจไม่ทราบว่าเบื้องหลังแผนที่และข้อมูลพิกัดของประเทศไทยนั้น มีพัฒนาการทางวิชาการด้านการรังวัดที่สั่งสมมาเป็นเวลาหลายสิบปี หนึ่งในระบบอ้างอิงตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย คือ Indian 1975 Datum ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานหลักของงานแผนที่และงานสำรวจทั่วประเทศก่อนยุคดาวเทียม
Indian 1975 ไม่ได้เป็นเพียงระบบพิกัดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนประวัติศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายรังวัดแห่งชาติ และเป็นรากฐานสำคัญของแผนที่ภูมิประเทศที่ใช้งานในประเทศไทยมาหลายทศวรรษ
พื้นหลักฐานทางราบ (Datum) คืออะไร?
ก่อนทำความเข้าใจ Indian 1975 จำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่า “Datum” หรือ พื้นหลักฐานทางราบ คือกรอบอ้างอิงทางคณิตศาสตร์ที่ใช้กำหนดตำแหน่งบนพื้นผิวโลก
เนื่องจากโลกไม่ได้มีรูปร่างเป็นทรงกลมสมบูรณ์ แต่มีลักษณะใกล้เคียงทรงรี (Ellipsoid) การกำหนดตำแหน่งจึงต้องอาศัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการคำนวณค่าพิกัด หากใช้ Datum ต่างกัน แม้ว่าจะเป็นตำแหน่งเดียวกันบนพื้นโลก ก็อาจได้ค่าพิกัดที่แตกต่างกันหลายร้อยเมตร
จุดกำเนิดของ Indian Datum
Indian Datum เป็นระบบอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงยุคอาณานิคมของอังกฤษ เพื่อใช้ในการสำรวจพื้นที่อนุทวีปอินเดียและภูมิภาคเอเชียใต้ ระบบนี้อาศัยทรงรีอ้างอิงที่เรียกว่า Everest Ellipsoid 1830 ซึ่งถูกพัฒนาโดย Sir George Everest อดีตผู้สำรวจใหญ่แห่งอินเดีย (Surveyor General of India) แม้ว่าระบบดังกล่าวจะถูกออกแบบสำหรับอินเดีย แต่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างโครงข่ายรังวัดแห่งชาติ

การรังวัดประเทศไทยในยุคก่อนดาวเทียม
ก่อนที่จะมี GPS การกำหนดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ต้องอาศัยการสำรวจภาคพื้นดินเป็นหลัก กระบวนการสำคัญประกอบด้วย
1. การสร้างหมุดหลักฐานทางรังวัด นักสำรวจจะจัดตั้งหมุดควบคุมทางรังวัด (Geodetic Control Points) กระจายอยู่ทั่วประเทศ หมุดเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงหลักสำหรับการสำรวจและจัดทำแผนที่
2. การสร้างโครงข่ายสามเหลี่ยมทางราบใช้หลักการวัดมุมระหว่างจุดสังเกตการณ์ หรือที่เรียกว่า Triangulation Survey โดยเชื่อมโยงหมุดหลักฐานหลายพันจุดเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ เทคนิคนี้เป็นรากฐานสำคัญของการรังวัดสมัยใหม่ในยุคก่อนดาวเทียม
3. การคำนวณค่าพิกัด เมื่อได้ค่ามุมและระยะทางแล้ว จะนำมาคำนวณร่วมกับทรงรี Everest Ellipsoid จนได้ค่าพิกัดของจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ระบบดังกล่าวกลายเป็นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่หลักของประเทศไทยในช่วงศตวรรษที่ 20
Indian 1975 ของประเทศไทยคืออะไร?
เมื่อประเทศไทยพัฒนาโครงข่ายรังวัดแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง กรมแผนที่ทหารได้ปรับปรุงค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ประเทศไทย จนเกิดเป็นระบบที่เรียกว่า Indian 1975 Datum ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานแห่งชาติ
- การจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ
- งานสำรวจที่ดิน
- งานวิศวกรรม
- การวางผังเมือง
- งานด้านทรัพยากรธรรมชาติ
แผนที่ชุดใดใช้ Indian 1975? หนึ่งในตัวอย่างที่สำคัญที่สุด คือ แผนที่ภูมิประเทศชุด L7017 ซึ่งผลิตโดยกรมแผนที่ทหาร แผนที่ชุดนี้ใช้
- Datum : Indian 1975
- Projection : UTM
- Grid System : UTM Grid
ถือเป็นแผนที่มาตรฐานของประเทศไทยในยุคก่อน GPS
เหตุใดจึงเปลี่ยนมาใช้ WGS84?
เมื่อเทคโนโลยีดาวเทียมนำร่อง (GPS) เริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ระบบอ้างอิงแบบเดิมเริ่มมีข้อจำกัด เนื่องจากไม่ได้อ้างอิงจากศูนย์กลางมวลของโลกโดยตรง จึงเกิดการนำระบบ World Geodetic System 1984 (WGS84) มาใช้แทน
ข้อดีของ WGS84 คือ
- รองรับ GPS ทั่วโลก
- เชื่อมโยงกับภาพถ่ายดาวเทียมได้โดยตรง
- ใช้ร่วมกับ Google Maps และ GIS สมัยใหม่
- มีความสอดคล้องกับระบบ GNSS ระดับสากล
ปัจจุบันแผนที่ภูมิประเทศชุด L7018 ของประเทศไทยจึงใช้ WGS84 เป็นพื้นหลักฐานทางราบ
ความสำคัญของ Indian 1975 ในปัจจุบัน
แม้ประเทศไทยจะเปลี่ยนมาใช้ WGS84 แล้ว แต่ Indian 1975 ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ ข้อมูล GIS จำนวนมากยังถูกจัดเก็บในระบบเดิม เอกสารรังวัดเก่าใช้ Datum นี้ แผนที่ภูมิประเทศรุ่นก่อนยังคงอ้างอิง Indian 1975 งานศึกษาการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ย้อนหลังจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากระบบเดิม
ดังนั้น นักภูมิศาสตร์ นักสำรวจ และผู้ปฏิบัติงาน GIS จำเป็นต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Indian 1975 และ WGS84 เพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลเชิงพื้นที่
Indian 1975 เป็นมากกว่าระบบพิกัด แต่เป็นผลลัพธ์ของวิวัฒนาการด้านการรังวัดของประเทศไทยในยุคก่อนดาวเทียม โดยอาศัยโครงข่ายสามเหลี่ยมทางราบ หมุดหลักฐานทางรังวัด และทรงรี Everest Ellipsoid เป็นพื้นฐานในการกำหนดตำแหน่ง
แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะใช้ WGS84 เป็นมาตรฐานหลัก แต่ Indian 1975 ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของข้อมูลภูมิสารสนเทศและแผนที่จำนวนมากในประเทศ การเข้าใจระบบนี้จึงช่วยให้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างอดีตกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสมัยใหม่ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
Geo Easy : ภูมิศาสตร์ ง่ายนิดเดียว
เรียนรู้โลก เข้าใจพื้นที่ ด้วยภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ 🌍🗺️📡
ความคิดเห็น