Indian 1975 และ WGS84 : เหตุใดนักภูมิศาสตร์และนักสำรวจจึงต้องให้ความสำคัญกับพื้นหลักฐานทางราบ
ในการใช้งานแผนที่ ระบบกำหนดตำแหน่งด้วยดาวเทียม (GPS) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) หลายคนอาจเข้าใจว่าค่าพิกัดที่ปรากฏบนแผนที่ทุกฉบับสามารถใช้อ้างอิงร่วมกันได้โดยตรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การอ้างอิงตำแหน่งบนพื้นผิวโลกจำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า “พื้นหลักฐานทางราบ” หรือ Horizontal Datum ซึ่งเปรียบเสมือนกรอบอ้างอิงที่ใช้กำหนดตำแหน่งของทุกจุดบนโลก
ในประเทศไทย ระบบพื้นหลักฐานที่สำคัญและพบได้บ่อยที่สุด คือ Indian 1975 และ World Geodetic System 1984 (WGS84) ซึ่งเป็นระบบอ้างอิงที่ใช้ในแผนที่ภูมิประเทศชุด L7017 และ L7018 ตามลำดับ
แม้จะเป็นพื้นที่เดียวกัน แต่หากใช้ Datum ต่างกัน ค่าพิกัดที่ได้อาจคลาดเคลื่อนกันหลายร้อยเมตร ส่งผลโดยตรงต่อการสำรวจ การนำทาง และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่

Indian 1975 คืออะไร
Indian 1975 เป็นพื้นหลักฐานทางราบที่ประเทศไทยใช้เป็นมาตรฐานมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ก่อนยุคการใช้งาน GPS อย่างแพร่หลาย
ระบบนี้พัฒนาขึ้นจากโครงข่ายหมุดรังวัดทางภาคพื้นดิน (Geodetic Control Network) โดยอาศัยเทคนิคการวัดมุมและระยะทางระหว่างหมุดหลักฐานทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายสามเหลี่ยมทางราบ (Triangulation Network)
แผนที่ภูมิประเทศชุด L7017 ของกรมแผนที่ทหารจึงใช้ Indian 1975 เป็นพื้นฐานในการกำหนดค่าพิกัดและการผลิตแผนที่
ข้อดีของระบบนี้ คือ มีความแม่นยำสูงสำหรับงานสำรวจในยุคก่อนดาวเทียม และเป็นรากฐานสำคัญของงานแผนที่ประเทศไทยในอดีต
WGS84 คืออะไร
WGS84 หรือ World Geodetic System 1984 เป็นพื้นหลักฐานทางราบระดับโลกที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับระบบดาวเทียมนำร่อง (GPS)
แตกต่างจาก Indian 1975 ที่อ้างอิงจากหมุดรังวัดภาคพื้นดิน WGS84 อ้างอิงจากจุดศูนย์กลางมวลของโลก (Earth-Centered Datum) ทำให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั่วโลก
ปัจจุบัน WGS84 เป็นมาตรฐานที่ใช้ใน
- GPS และ GNSS
- Google Maps
- Google Earth
- ระบบ GIS
- ภาพถ่ายดาวเทียม
- การสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV)
ด้วยเหตุนี้ แผนที่ภูมิประเทศชุด L7018 จึงถูกปรับปรุงให้ใช้ WGS84 เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสมัยใหม่
เหตุใดจึงต้องรู้ว่าแผนที่ใช้ Datum ใด
ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้งาน GIS คือ การนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาซ้อนทับกันโดยไม่ได้ตรวจสอบ Datum
ตัวอย่างเช่น
- พิกัดจาก GPS ใช้ WGS84
- แผนที่ภูมิประเทศเดิมใช้ Indian 1975
เมื่อเปิดข้อมูลร่วมกันบนโปรแกรม GIS ตำแหน่งอาจเหลื่อมกันประมาณ 200–250 เมตร แม้ว่าจะเป็นจุดเดียวกันบนพื้นโลก
ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวอาจส่งผลต่อ
- งานรังวัดที่ดิน
- การวางผังเมือง
- การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ
- การวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยพิบัติ
- การวางเส้นทางคมนาคม
- การบินสำรวจด้วยโดรน
ดังนั้น การตรวจสอบ Datum จึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญก่อนเริ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ทุกประเภท
การนำไปใช้อ้างอิงในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน หน่วยงานส่วนใหญ่ของประเทศไทยใช้ WGS84 เป็นมาตรฐาน เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลดาวเทียมและระบบ GPS ได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงพื้นที่จำนวนมากที่ผลิตในอดีตยังคงอยู่ในระบบ Indian 1975 โดยเฉพาะ
- แผนที่ภูมิประเทศชุดเก่า
- ข้อมูลรังวัดดั้งเดิม
- ฐานข้อมูล GIS ที่จัดทำก่อนยุค GPS
นักภูมิศาสตร์ นักสำรวจ และผู้ปฏิบัติงานด้าน GIS จึงจำเป็นต้องเข้าใจการแปลง Datum (Datum Transformation) เพื่อให้สามารถใช้งานข้อมูลจากอดีตและปัจจุบันร่วมกันได้อย่างถูกต้อง
บทสรุป
Indian 1975 และ WGS84 เป็นพื้นหลักฐานทางราบที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดตำแหน่งบนพื้นผิวโลก แม้ว่าทั้งสองระบบจะใช้เพื่อระบุตำแหน่งเดียวกัน แต่มีหลักการอ้างอิงที่แตกต่างกัน ทำให้ค่าพิกัดที่ได้ไม่ตรงกันโดยสมบูรณ์
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองระบบนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของงานภูมิศาสตร์ การสำรวจ การทำแผนที่ และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพราะช่วยให้สามารถเลือกใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความน่าเชื่อถือของการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ในยุคดิจิทัล
Geo Easy : ภูมิศาสตร์ ง่ายนิดเดียว
เรียนรู้โลก เข้าใจพื้นที่ ด้วยภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ
ความคิดเห็น