ผู้วิจัย

ผกามาศ บุตรสาลี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี และความสำเร็จในการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพในประเทศไทย 2) ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลกับการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี 3) ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลกับความสำเร็จในการทำงาน และ 4) ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีกับความสำเร็จในการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพในประเทศไทย โดยเป็นการวิจัยแบบผสม ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพในประเทศไทย จำนวน 228 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ซึ่งค่าความเชื่อมั่นของทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลอยู่ระหว่าง 0.843-0.955 การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี อยู่ระหว่าง 0.740-0.936 และความสำเร็จในการทำงานอยู่ระหว่าง 0.717-0.963 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติพื้นฐาน ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ประกอบด้วย การวิเคราะห์สหพันธ์แบบพหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) นักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพในประเทศไทย มีความคิดเห็นเกี่ยวกับทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลโดยรวมอยู่ในระดับมาก การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความสำเร็จในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล ด้านทัศนคติ และด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) ทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล ด้านทัศนคติ และด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงลบกับความสำเร็จในการทำงานโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 4) การปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี ด้านความซื่อสัตย์สุจริต มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงลบกับความสำเร็จในการทำงานโดยรวม และการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี ด้านพฤติกรรมทางวิชาชีพ และด้านความโปร่งใส มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับความสำเร็จในการทำงานโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

ความคิดเห็น