ผู้วิจัย

บัณฑิตา จันไตรย์ เบญญาภา สุดชนะ มณิสร ดาวช่วย ศศิกานต์ จูกูล สุวนันท์ พรมรักษ์ เสกสิทธิ์ ดวงคำ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจสถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิตและระดับภาวะไขมันในช่องท้องของบุคลากรกองอาคารสถานที่และบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และเพื่อวิเคราะห์เชิงสำรวจว่าพฤติกรรมสุขภาพด้านใดมีแนวโน้มสัมพันธ์กับระดับไขมันในช่องท้อง สำหรับใช้ตั้งสมมติฐานในการวิจัยระยะต่อไป ดำเนินการเก็บข้อมูลจากบุคลากรทั้งหมดของหน่วยงาน ปีการศึกษา 2568 จำนวน 70 คน ได้ผู้เข้าร่วมที่ยินยอมและผ่านเกณฑ์คัดเข้า 48 คน (อัตราการเข้าร่วมร้อยละ 68.6) ระหว่างวันที่ 12–19 มกราคม 2569 เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย (1) แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิตของกรมอนามัย จำนวน 16 ข้อ คะแนนเต็ม 50 คะแนน จำแนกเป็น 6 ด้าน และ (2) เครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย ยี่ห้อ TANITA รุ่น MC-780 MA วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาเป็นหลัก และใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันในลักษณะการวิเคราะห์เชิงสำรวจ โดยรายงานค่าความน่าจะเป็นและช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 68.8 และมีอายุ 51–60 ปี ร้อยละ 47.9 คะแนนพฤติกรรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตโดยรวมส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมาก (31–40 คะแนน) ร้อยละ 60.4 แต่เมื่อพิจารณารายด้านพบความไม่สมดุลอย่างชัดเจน ด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีคะแนนคิดเป็นร้อยละของคะแนนเต็มสูงสุด (ร้อยละ 93.0) ขณะที่ด้านโภชนาการต่ำที่สุดเพียงร้อยละ 42.7 ซึ่งยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม ด้านระดับไขมันในช่องท้องพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 56.3 ส่วนผู้ที่มีระดับไขมันในช่องท้องตั้งแต่เกณฑ์เสี่ยงน้อยขึ้นไปมีรวมกันถึงร้อยละ 43.8 (เสี่ยงน้อย ร้อยละ 29.2 และเสี่ยงมาก ร้อยละ 14.6) การวิเคราะห์เชิงสำรวจพบสัญญาณความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างระดับไขมันในช่องท้องกับพฤติกรรมด้านการออกกำลังกาย (r = -0.312, p = .031, 95%CI -0.548 ถึง -0.031) ซึ่งไม่คงอยู่เมื่อพิจารณาการทดสอบซ้ำหลายครั้ง ส่วนพฤติกรรมด้านอื่นยังไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ ผลการศึกษาชี้ว่าการเร่งส่งเสริมความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการเฝ้าระวังกลุ่มที่มีไขมันในช่องท้องเกินเกณฑ์ซึ่งมีเกือบครึ่งหนึ่งของหน่วยงาน ควรเป็นมาตรการลำดับต้นในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของบุคลากรกลุ่มนี้

บรรณานุกรม

1. World Health Organization. Obesity and overweight [Internet]. Geneva: WHO; 2024 [cited 2026 Jan 5]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight 2. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์ภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงในวัยทำงาน ปี 2566 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2566 [สืบค้นเมื่อ 5 ม.ค. 2569]. แหล่งข้อมูล: 3. Cleveland Clinic. Visceral fat: why it’s dangerous and how to lose it [Internet]. Cleveland: Cleveland Clinic; 2024 [cited 2026 Jan 5]. Available from: https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/24147-visceral-fat 4. Kopp W. The role of adipose tissue in metabolic homeostasis. Nat Rev Endocrinol 2022;18:441-55. 5. สำนักงานกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. คู่มือลดพุง ลดโรค [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2565 [สืบค้นเมื่อ 5 ม.ค. 2569]. แหล่งข้อมูล: https://resourcecenter.thaihealth.or.th/media-detail/2542 6. American Heart Association. Excess visceral fat, even in people with a healthy BMI, is a health risk [Internet]. Dallas: AHA; 2021 Apr 22 [cited 2026 Jan 5]. Available from: https://www.heart.org/en/news/2021/04/22/excess-visceral-fat-even-in-people-with-a-healthy-bmi-is-a-health-risk 7. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. ไขมันพอกตับ...ภัยเงียบที่มากับความอ้วน [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล; 2567 [สืบค้นเมื่อ 5 ม.ค. 2569]. แหล่งข้อมูล: https://www.si.mahidol.ac.th 8. Mayo Clinic. Belly fat in men: why weight loss matters [Internet]. Rochester (MN): Mayo Foundation for Medical Education and Research; 2024 [cited 2026 Jan 5]. Available from: https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/mens-health/in-depth/belly-fat/art-20045685 9. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. Visceral Fat ไขมันตัวร้าย มหันตภัยที่คุณไม่คาดคิด [อินเทอร์เน็ต]. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์; 2567 [สืบค้นเมื่อ 5 ม.ค. 2569]. แหล่งข้อมูล: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1489 10. Morais C, Oliveira B, Faria A, Teixeira D, Calhau C. Ultra-processed foods and their impact on abdominal obesity. Nutrients 2023;15(21):4501. 11. มยุรี เก่งเกตุ, [ผู้นิพนธ์ร่วม]. การสำรวจข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นและพฤติกรรมโภชนาการของเยาวชนและวัยทำงาน. สมุทรปราการ: คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ; 2563. 12. วรวุฒิ ธุระคำ, ศศิธร สุขจิตต์. ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และปริมาณไขมันในร่างกาย. วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 2560;2(2):87-95. 13. จุฑาทิพย์ ละมูล, วณิชชา คันธสร. ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วนลงพุงของประชาชนในตำบลพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. วารสาร มรภ.กพ. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี 2565;1(1):85-96. 14. ปาณิสรา ทัศนัยนา, ภุชงค์ รุ่งอินทร์, เกรียงไกร พร้อมนฤฤทธิ์, บรรณสิทธิ สิทธิบรรณกุล, อรจิรา วงศ์อาษา, สุรเชษฐ์ อ่อนสีแดง. การเปรียบเทียบดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของประชากรวัยทำงาน. วารสารศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ 2566;10(1):133-146. 15. เกษม เวชสุทธานนท์, สุพิชชา วงศ์จันทร์, ณัฐฐานันท์ แซมเพชร. ความรอบรู้สุขภาพ กิจกรรมทางกาย การบริโภคอาหาร การนอนหลับ การจัดการความเครียด และภาวะโภชนาการของกลุ่มวัยก่อนสูงอายุ (pre-aging). วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2566;46(1):92-104. 16. ธีรพันธ์ สังข์แก้ว, ชวพงศ์ เมธีธรรมวัฒน์, สรรปกรณ์ ศุภการนรเศรษฐ์. ผลของการออกกำลังกายด้วยความหนัก ระดับปานกลางที่มีต่อไขมันช่องท้อง. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ 2565;22(1):179-187. 17. อุดมศักดิ์ แก้วบังเกิด. ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยคีตะมวยไทยต่อดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และสมรรถภาพทางกาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2564. 18. ศิริพร มยะกุล, กฤษดา แก้วยก, สุภาวดี จอดนาค. การพัฒนารูปแบบท่าเต้นออกกำลังกายที่มีผลต่อมวลไขมันในร่างกาย. Health Science, Science and Technology Reviews 2568;18(1):16-32. 19. ศุกลักษณ์ ธนธรรมสถิต, มนฤดี แสงวงษ์, ฐิติรัตน์ ภาวะสุทธิพงษ์, ศศิธร บุญสุข, รัชดาพร จันทบุตร, จิรนันท์ เจริญผล. การพัฒนารูปแบบการออมสุขภาพด้วยพหุโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี 2568;13(2):58-73. 20. บุศรินทร์ ผัดวัง, อุษณีย์ วรรณาลัย, ดรุณี พรหมยศ. การเตรียมความพร้อมทางด้านสุขภาพของวัยแรงงานเพื่อป้องกัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 2566;3(2):50-61. 21. นพพร ทัพอยู่. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในบุคลากรที่มีระดับไขมันในช่องท้องและดัชนีมวลกาย เกินมาตรฐาน. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต 2565;2(2):1-12. 22. ประภัสสร สายมะณี. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลส่งเสริมพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพบุคลากรโรงพยาบาลกมลาไสย. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์และสุขภาพ 2568;10(2):378-384. 23. นวพร วุฒิธรรม, รัตนา ช้อนทอง, ชุติญา สมประดิษฐ์. ผลของการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการควบคุมระดับ ความดันโลหิต. วารสารพยาบาลทหารบก 2563;21(1):309-318. 24. ภาสิต ศิริเทศ, ณพวิทย์ ธรรมสีหา. ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลทหารบก 2562;20(1):58-65. 25. ศิรินภา สายชนะ, ไพศรี ตรีผลพันธุ์, ศิริลาวัลย์ เพิ่มทรัพย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี 2565;10(1):84-98. 26. สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย. แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2567 [สืบค้นเมื่อ 5 ม.ค. 2569]. แหล่งข้อมูล: https://mwi.anamai.moph.go.th/th/hrd/download/?did=212989&id=103702&reload= 27. Chan B, Yu Y, Huang F, Vardhanabhuti V. Towards visceral fat estimation at population scale: correlation of visceral adipose tissue assessment using three-dimensional cross-sectional imaging with BIA, DXA, and single-slice CT. Front Endocrinol 2023;14:1211696.

ไฟล์แนบ

pdf บทความวิจัย_ไขมันในช่องท้อง_JHS_1

ขนาดไฟล์ 141 KB | จำนวนดาวน์โหลด 0 ครั้ง

ความคิดเห็น