ผู้วิจัย

ธนะวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์,เกษสุดา บูรณพันศักดิ์, นฤมล ศักดิ์ปกรณ์กานต์,เขมิกา อารมณ์, อภิญญา ศักดิ์ผดุงกิจ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่52) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ หลังการจัดการเรียนรู้แบบใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิค KWDL กับเกณฑ์ร้อยละ 70 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 รวมนักเรียนทั้งสิ้น 27 คน ได้มาโดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น จํานวน 9 แผน 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละสถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานค่าเฉลี่ยของ 1 ประชากร ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียน23 คน คิดเป็นร้อยละ 85.19 ของนักเรียนทั้งหมดมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการทําความเข้าใจปัญหา ด้านวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนแก้ปัญหา ด้านดําเนินการแก้ปัญหา และด้านการสรุปคําตอบ 2) ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ หลังการจัดการเรียนรู้แบบใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิค KWDL สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่อง ร้อยละโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้อพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กัญญภัสสก์ เอกภัทร์ชัยวงษ์. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI ร่วมกับ KWDL ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาสารคาม :มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.กัญภรเอี่ยมพญา. (2561). การพัฒนาวิชาชีพครู.นนทบุรี : 21 เซนจูรี่.ชัยวัฒน์สุทธิรัตน์.(2558).80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ.(พิมพ์ครั้งที่ 6). นนทบุรี : พี บาลาซ์ดีไซด์แอนปริ้นติ้ง. ฐิตามร หอกกิ่ง. (2566). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ ข้อมูลหรรษากับปริศนาบริบท รอบตัว และความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้บริบทเป็นฐานรวมกับเทคนิค KWDL.วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. นครราชสีมา : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.ศุภกิตติ์ บุญเตี้ย. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้บริบทเป็นฐาน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และคุณลักษณะใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2.ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.วิภาดา นาเลา.(2562). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ส่งเสริมทักษะการสื่อสารและทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้การจัดการเรียนรแบบขั้นบันได 5 ขั้น เพื่อการเรียนรู้ (QSCCS).วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต.กําแพงเพชร : มหาวิทยาลัยราชภัฏกําแพงเพชร.เบญจลักษณ์ ภูสามารถ.(2563). การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เทคนิค KWDL ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ.(2566). รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test: NT)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565.บุรีรัมย์ : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.Bennett, J. and Holman, J. (2002). Context-based Approaches to the teaching of Chemistry: what are they and what are what are their Effects. In Chemical Education:Toward Research-based Practice, 165-184. Netherlands: Kluwer Academic Publishers.Shaw, J. M. (1997). Cooperative Problem Solving : Using K-W-D-L as an Organizational Technique. New York : McGraw-Hill.

หน่วยงานการอ้างอิง

วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ปีที่ 9 ฉบับที่ 17 มกราคม-มิถุนายน 2568

ความคิดเห็น