ต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน posted an update 5 months ago
ถอดบทเรียน “พื้นที่ปลอดภัยทางใจ” จากสมรภูมิชายแดน 📝
.
ผลกระทบจากความไม่สงบไม่ได้หยุดอยู่แค่การอพยพ แต่ส่งผลต่อสุขภาวะทางจิต (Mental Health) และทักษะการใช้ชีวิตของเยาวชนอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ในโครงการยุทธศาสตร์ 69 พบว่าเด็กๆ มีวิธีจัดการอารมณ์ที่น่าสนใจ และยังโหยหาพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเยียวยาจิตใจ
.
.
เรื่อง: เสียงสะท้อนจากชายแดน: ผลกระทบทางจิตวิทยาและวิถีชีวิตของเยาวชนในพื้นที่การสู้รบไทย-กัมพูชา
เสียงปืนใหญ่และเครื่องบินรบไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณเตือนภัย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ต้องเผชิญ บทความนี้ถอดบทเรียนจากการสัมภาษณ์กึ่งไม่เป็นทางการกับนักเรียนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนถึงสภาวะจิตใจ การปรับตัว และความหวัง ท่ามกลางวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อทุกมิติของชีวิต
1. สภาวะทางอารมณ์และจิตใจ:
ความหลอนที่ฝังรากผลกระทบที่เด่นชัดที่สุดคือสภาวะทางจิตวิทยา นักเรียนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความวิตกกังวลและความเครียดอย่างรุนแรง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
อาการหลอนเสียง: นักเรียนระบุว่ารู้สึก “หลอน” จากเสียงเครื่องบินรบที่บินวนตลอดทั้งวันคืน และตกใจกลัวเสียงปืนใหญ่
ความหวาดระแวง: เกิดความกังวลว่าการยิงกันจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ทำให้ต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและวางแผนเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา
อารมณ์เชิงลบ: ความรู้สึกโกรธต่อสถานการณ์ และความกดดันจากสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ชัดเจน
—————————————————————
2. ผลกระทบด้านการศึกษาและเศรษฐกิจเมื่อความไม่สงบบีบบังคับให้ต้องอพยพ การเรียนรู้จึงเกิดภาวะชะงักงัน:
อุปสรรคการเรียนออนไลน์: เนื้อหาการเรียนลดลง นักเรียนต้องทำความเข้าใจด้วยตนเองมากขึ้น และเผชิญกับความยากลำบากในการเรียนตามหลักสูตร
ภาระค่าใช้จ่าย: การอพยพแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าที่พักและค่าครองชีพ ท่ามกลางรายได้ของครอบครัวที่มีจำกัด
ความห่วงใยครอบครัว: นักเรียนมีความกังวลต่อความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ปกครองที่ต้องอยู่เฝ้าบ้านในพื้นที่เสี่ยง
—————————————————————
3. กลไกการเผชิญปัญหา (Coping Mechanisms)เยาวชนเหล่านี้ได้สร้างกลไกการเยียวยาจิตใจในแบบฉบับของตนเอง
กลุ่มเพื่อนและครอบครัว: การระบายความรู้สึกกับเพื่อนในกลุ่ม การคุยกับยายหรือบุคคลที่ไว้วางใจ เป็นวิธีหลักในการจัดการความเครียด
กิจกรรมคลายเครียด: การเล่นเกมออนไลน์ ฟังเพลง ทำกับข้าว หรือแม้แต่การอพยพเข้าไปในตัวเมืองเพื่อพบปะผู้คนใหม่ๆ ช่วยให้ลดความสนใจจากเหตุการณ์สู้รบได้
พลังของคำให้กำลังใจ: วลีที่ปลุกใจได้ดีที่สุดคือ “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ขณะที่คำพูดที่พวกเขาไม่อยากได้ยินคือคำพูดที่ดูแคลนความกลัว เช่น “ก็แค่ยิงกันจะกลัวทำไม”
—————————————————————
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
จากการพูดคุยพบว่า สิ่งที่นักเรียนต้องการมากที่สุดไม่ใช่เพียงความปลอดภัย แต่คือ “พื้นที่ปลอดภัยทางใจ” กิจกรรมนันทนาการ เช่น คอนเสิร์ต หรือกิจกรรมฟื้นฟูจิตใจหลังการอพยพเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เราจำเป็นต้องส่งเสริมทักษะทางจิตวิทยา โดยเฉพาะ ทักษะการปลอบใจและสร้างพลังบวก เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถก้าวผ่านวิกฤตและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในอนาคต หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงทั้งหมดสรุปจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างนักเรียนในโครงการยุทธศาสตร์ 69
—————————————————————
ผู้เขียน: นายต่อศักดิ์ กาญจนทรัพย์สิน
อาจารย์กลุ่มจิตวิทยาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะนักศึกษา งานบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา
กองพัฒนานักศึกษา
#บทความเผยแพร่ความรู้/ถอดบทเรียนประสบการณ์บทนำท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา