เรขาคณิตและตรีโกณมิติในสมองของ “นิโคลา เทสลา”
เมื่อเราพูดถึง นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) ภาพที่สาธารณชนจำได้มักเป็นนักประดิษฐ์ผู้บ้าคลั่งหรือวิศวกรไฟฟ้าอัจฉริยะที่เกิดในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1856 แต่ในความเป็นจริง รากฐานที่ทำให้จินตนาการของเขากลายเป็นจริงได้ก็คือ “คณิตศาสตร์ประยุกต์” (Applied Mathematics) ที่แม่นยำ
การที่เทสลาสามารถคิดค้นระบบไฟฟ้ากระแสสลับ (AC System) ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่เกิดจากการที่เขาสามารถคำนวณและมองเห็นภาพของ สนามแม่เหล็กหมุน (Rotating Magnetic Field) ในรูปแบบของฟังก์ชันตรีโกณมิติ คลื่นกระแสไฟฟ้าที่สลับไปมาถูกอธิบายด้วยสมการคลื่นไซน์ (Sine Waves) และการคำนวณความต่างเฟส (Phase Angles) ขั้นสูง ซึ่งในยุคที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณ การจัดระเบียบโครงข่ายไฟฟ้าพหุเฟส (Polyphase System) ต้องอาศัยความอัจฉริยะทางเรขาคณิตในสมองของเขาอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ เทสลายังมีความหลงใหลในทฤษฎีตัวเลขในแบบของตัวเอง เขามักหมกมุ่นกับตัวเลข 3, 6 และ 9 โดยกล่าวว่ามันคือกุญแจสู่จักรวาล แม้ในทางคณิตศาสตร์กระแสหลัก สิ่งนี้จะถูกมองว่าเป็นเรื่องของรูปแบบ (Pattern) ในระบบฐานสิบและการหารลงตัวด้วยเลข 9 แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวคิดที่พยายามลดทอนความซับซ้อนของจักรวาลให้เหลือเพียงโครงสร้างตัวเลขที่งดงาม เป็นกลิ่นอายแบบเดียวกับที่นักคณิตศาสตร์สายลัทธิพิทาโกรัส (Pythagoreanism) หลงใหลมาตลอดหลายพันปี

ความคิดเห็น