การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าไหม
2) ศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าไหม และ 3) ศึกษาวิธีการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าไหมในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้ซื้อผ้าไหมจำนวน 370 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติ t-test และ ANOVA

ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มมูลค่าผ้าไหมโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยปัจจัยด้านการตลาดและส่งเสริมการตลาดมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (𝑥̅=4.69) รองลงมาคือ ด้านการสร้างอัตลักษณ์และแบรนด์ (𝑥̅=4.11) ด้านแรงงานและเงินทุน (𝑥̅=3.98) ด้านการออกแบบและนวัตกรรม (𝑥̅=3.89) และด้านคุณภาพวัตถุดิบ (𝑥̅=3.64) ตามลำดับ นอกจากนี้ พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างเพศชายและหญิงในทุกปัจจัย โดยเฉพาะด้านการออกแบบและนวัตกรรม และการสร้างอัตลักษณ์และแบรนด์ และพบว่าลักษณะประชากร เช่น อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ มีผลต่อความคิดเห็นที่แตกต่างกันในบางปัจจัยอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ระดับ .05 ส่วนปัจจัยด้านแรงงานและเงินทุนไม่มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งข้อเสนอเชิงนโยบายได้แก่ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนประเภทผ้าไหมควรให้ความสำคัญกับการตลาดและการส่งเสริมการตลาด การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่เกิดจากชุมชน และการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเป็นระบบ

ความคิดเห็น