เจนจิรา กุลวงศ์ posted an update 9 months, 1 week ago
ความเป็นมาของการทอดกฐินตามพระไตรปิฎก
เรื่องราวของกฐินเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ตามที่บันทึกไว้ในมหาวรรค กฐินขันธกะของพระวินัยปิฎก มีภิกษุสามสิบรูปเดินทางจากปาวาเมืองหนึ่งมุ่งหน้ามาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงสาวัตถี พวกท่านออกเดินทางในช่วงฤดูฝนและต้องเผชิญกับความลำบากมาก เพราะฝนตก ผ้าจีวรเปียกโชก ถนนหนทางโคลนตม เมื่อมาถึงก็ดูอิดโรยเหนื่อยล้าเต็มที พระพุทธเจ้าทรงเห็นความตั้งใจแน่วแน่ของภิกษุเหล่านี้ จึงทรงกรุณาอนุญาตให้มีการ “กรานกฐิน” หรือการกางกฐินขึ้น กฐินตรงนี้หมายถึงไม้กรอบที่ใช้สำหรับตึงผ้าเพื่อเย็บทำจีวร นี่คือที่มาของคำว่า “กฐิน” ซึ่งแปลว่า “ไม้กรอบ” นั่นเองครับ
หลักการของกฐินตามพระวินัย
สิ่งที่พระไตรปิฎกเน้นย้ำคือกฐินมิใช่เพียงการถวายผ้าธรรมดา แต่เป็นการถวายผ้าที่มีเงื่อนไขและกติกาเฉพาะอย่างเคร่งครัด ต้องเข้าใจว่าในระบบพระวินัย ทุกสิ่งทุกอย่างมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทและรักษาความบริสุทธิ์ของสงฆ์ ผ้ากฐินจะต้องเป็นผ้าที่คฤหัสถ์นำมาถวายภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังออกพรรษา นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นช่วงที่เรียกว่า “กฐินกาล” พระสงฆ์ในวัดนั้นจะต้องประชุมสงฆ์กันอย่างถูกต้องตามสังฆกรรม แล้วเลือกพระรูปหนึ่งให้เป็นผู้รับผ้ากฐิน พระรูปนั้นจะต้องทำผ้าเป็นจีวรให้เสร็จภายในคืนเดียว หรืออย่างช้าก่อนอรุณรุ่งขึ้น จากนั้นจึงจะถือว่ากรานกฐินสำเร็จ
อานิสงส์ห้าประการของกฐิน
ในพระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่าพระพุทธเจ้าทรงพระกรุณาประทานอานิสงส์พิเศษแก่พระภิกษุที่ได้กฐินถึงห้าประการ ซึ่งเรียกว่า “กฐินทุกขต อานิสงส์” หรืออานิสงส์ที่ผ่อนผันวินัยบางข้อให้แก่พระภิกษุ ได้แก่
อานิสงส์แรกคือการไปในหมู่บ้านโดยไม่ต้องบอกกล่าวพระภิกษุรูปอื่นก่อน ตามปกติแล้วพระภิกษุจะต้องบอกกล่าวเพื่อนพระก่อนออกไปข้างนอกวัด แต่หากได้กฐินแล้วก็ไม่ต้องบอก นี่เป็นการอำนวยความสะดวกให้พระภิกษุไปบิณฑบาตหรือทำธุระได้คล่องตัวขึ้น
อานิสงส์ที่สองคือการไปโดยไม่ต้องนุ่งห่มผ้าสามผืนครบ พระภิกษุสามารถออกจากวัดโดยนุ่งห่มผ้าเพียงสองผืนได้ ทั้งนี้เพราะในช่วงหลังพรรษาอากาศเริ่มเย็น การผ่อนผันนี้ช่วยให้ดูแลผ้าจีวรได้ง่ายขึ้น
อานิสงส์ที่สามคือการฉันตามนิมนต์เป็นหมู่คณะได้เท่าที่ต้องการ ปกติพระวินัยจำกัดจำนวนพระที่ฉันร่วมกัน แต่หลังได้กฐินก็ผ่อนผันให้ฉันร่วมกันได้มากขึ้น
อานิสงส์ที่สี่คือการเก็บผ้าเพิ่มได้โดยไม่ต้องกำหนดให้ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ตามปกติพระภิกษุมีผ้าเกินจากที่กำหนดไว้ต้องระบุเจ้าของที่ชัดเจน แต่หลังได้กฐินสามารถเก็บไว้ได้โดยยังไม่ต้องกำหนด
อานิสงส์ที่ห้าคือการได้รับผ้าที่เกิดขึ้นในที่นั้น หมายความว่าหากมีผู้นำผ้ามาถวายในละแวกที่พระภิกษุผู้ได้กฐินอาศัยอยู่ พระรูปนั้นมีสิทธิ์รับผ้านั้นได้
เมื่อเราพิจารณาให้ลึกซึ้งขึ้น จะเห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงออกแบบระบบกฐินอย่างประณีตมาก ทรงเห็นถึงความจำเป็นของพระสงฆ์ที่จำพรรษามาสามเดือน ผ้าจีวรคงเก่าคร่ำคร่า และอากาศเริ่มเย็น จึงทรงสร้างกลไกให้คฤหัสถ์ได้ทำบุญถวายผ้าในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด พร้อมกับให้อานิสงส์แก่พระภิกษุเป็นการตอบแทนความตั้งใจดีของคฤหัสถ์ที่ร่วมแรงร่วมใจถวายผ้า การที่กฐินต้องทำให้เสร็จภายในคืนเดียวนั้น แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของคณะสงฆ์ที่จะต้องช่วยกันตัด เย็บ ย้อม ทำให้เสร็จสมบูรณ์ทันที นี่เป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่สงฆ์และแสดงถึงความเคารพต่อทานของคฤหัสถ์ที่ไม่ละเลยทิ้งไว้
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือพระไตรปิฎกได้กำหนดไว้ชัดเจนว่ากฐินนี้เป็นสิ่งที่พระสงฆ์ทั้งวัดได้ร่วมกัน ไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่ง แม้จะมีการเลือกพระรูปหนึ่งเป็นผู้รับแทน แต่ผลบุญและอานิสงส์นั้นเป็นของสงฆ์ทั้งหมดในวัดนั้นที่จำพรรษาครบถ้วน นี่คือหลักการของความเป็นสงฆ์ที่เน้นความเป็นหมู่คณะมากกว่าปัจเจกบุคคล