ผู้วิจัย

อาจารย์ ดร.เทพพร โลมารักษ์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ คือ (1) ติดตามประเมินผลการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (2) ประเมินทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ การติดตามประเมินผลหลังการอบรมด้วยโปรแกรมพัฒนานักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ตามแนวทางสะเต็มศึกษา พบว่าทักษะด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 องค์ประกอบ มีค่าเฉลี่ยรายด้าน เท่ากับ 2.76 (S.D.=0.32) ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพระดับเริ่มชำนาญ (Approaching Proficient) ผลการประเมินความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ หลังการปฏิบัติการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาพบว่านักศึกษาครูวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 65 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.25 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนสอบของนักศึกษาครูหลังการฝึกอบรมด้วยโปรแกรมพัฒนาครูแบบบูรณาการแนวคิดสะเต็มศึกษา พบว่าคะแนนสอบของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ คำสำคัญ: โปรแกรมพัฒนานักศึกษาครู สะเต็มศึกษา ทักษะด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้

บรรณานุกรม

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (2556). โอบามา ประกาศแผนการใหม่ในการสร้างกลุ่ม ต้นแบบการสอน STEM (STEM Master Teaching Corps). สืบค้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2556, จาก http://www.ostc. thaiembdc.org/test2012/stnews_Sept12_5 พรทิพย์ ศิริภัทราชัย.(2556). STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21.วารสารนัก บริหาร Executive Journal. ปีที่ 33 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2556. ยศวีร์ สายฟ้า. (2555). การเสริมสร้าง วิทย์ เทคโนโลยี ศิลปะ และคณิตศาสตร์ ด้วย STEAM Model. สืบค้นเมื่อ 4 ตุลาคม 2556, จาก http://www.educathai.com/workshop_download_handout_download.php?id=60&page=4. รักษพล ธนานุวงศ์. (2556). รายงานสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการ STEM Education. สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2557, จาก http://www.slideshare.net/focusphysics/stem-workshop-summary. วิมลศรี สุวรรณรัตน์ และคณะ. (2542). พัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์. สถาบันการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2547). มาตรฐานครูวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2549). เอกสารประกอบการประชุมปฏิบัติการ เผยแพร่ขยายผลและอบรมรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อ พัฒนากระบวนการคิดระดับสูง. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สิริศักดิ์ อาจวิชัย. (2553). การวิจัยเชิงคุณภาพ. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2561, จากเว็บไซต์: http://www.ubu.ac.th. สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. (2547). Competency เครื่องมือการบริหารที่ปฏิเสธไม่ได้. Productivity World พฤศจิกายน-ธันวาคม. 9(53): 44-51. สุมณฑา จุลชาต และวิสาข์ จัติวัตร์. 2556. การพัฒนารูปแบบการพัฒนาวิชาชีพแบบร่วมมือโดยเน้น ครูเป็นสำคัญเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของครู โรงเรียน ประถมศึกษา. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2544). รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายการปฏิรูป วิทยาศาสตร์ศึกษาของไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2259). สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2556, จาก http://www.pld.rmutt.ac.th/?wpfb_dl=210. สำนักทดสอบทางการศึกษา . (2553). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ: รายงานผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. อภิสิทธิ์ ธงไชย และคณะ. (2555). สรุปการบรรยายพิเศษเรื่อง Science, Technology, Engineering, and Mathematics Education: Preparing students for the 21st Century. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2557, จาก http://designtechnology.ipst.ac.th/uploads/STEMeducation.pdf เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์. (2556). โละสอนแบบท่องจำผุด “สะเต็มศึกษา” เรียนวิทย์-เทคโนฯ ปฏิบัติเน้นๆ. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2556, จาก http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000005681 อนุศร หงษ์ขุนทด. (2558). ความรู้ในวิธีการสอนผนวกเทคโนโลยี (Technological Pedagogical Knowledge: TPK). (Online): http://pitcforteach.blogspot.com/2015/03/tpack-model-2.html อนุศร หงษ์ขุนทด. (2559). แนวคิดในการจัดการเรียนการสอน TPACK Model ตอนที่ 5 "แนว ทางการจัดการเรียนการสอนแบบ STEM ตามแนวคิด TPACK Model". (Online): http://pitcforteach.blogspot.com/2016/06/tpack-model-5.html. อมาวสี อัมพันศิริรัตน์. (2557). มโนทัศน์ของการวิจัยเชิงคุณภาพ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัย พยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 68 – 78. อรุณี ศรีสิทธิชูชาติ. (2557). การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 45. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา Amade-Escot, C. 2000. “The contribution of two research programs on teaching content: ‘Pedagogical content knowledge’ and ‘Didactics of Physical Education’”. Journal of Teaching Physical Education. 20:78-101. Barnett, C. 1992. “Building a case-based curriculum to enhance the pedagogical content knowledge of mathematics teachers”. Journal of Teacher Education. 42 (4): 263-272. Baxter, J. A., & Lederman, N. G. 1999. Assessment and measurement of pedagogical content knowledge. In J.Gess-Newsome & N. G. Lederman (Eds.), “Examining pedagogical content knowledge” (pp. 147-161). Dordrecht, The Netherlands: Kluwer Academic Publisher. Bell, J., Veal, W. R., & Tippins, D. J.1998. “The evolution of pedagogical content knowledge in prospective secondary physics teachers”. Paper presented at the annual meeting of the National Association for Research in Science Teaching, San Diego, CA. Borg, W. R.; Kallenbach, W.; Morris, M.; & Friebel, A. (1969).Videotape Feedback and Microteaching: a Teacher Training Model (FWL Report A69-4), Micro teaching, Component Skills and the Training of Teachers: an Evaluation of a Research and Development Project. Breiner, J. M., Carla, C. J., Harkness, S. S., & Koehler, C. M.. (2012). What is STEM? A discussion about conceptions of STEM in education and Shelly Sheats Harkness Partnerships. School Science and Mathematics, 112(1),3-11. Chicago Public School Education. (1995). Building instructional capacity. Retreived Sep 8, 2011, from www.nsdc.org/standards/qualiteaching.ctm. Corcoran, T. and Goertz, M. (1995).Instructional capacity and high performance schools. Educational Research 24 (9): 27–31. Chen, A, & Ennis, C. 1995. “Content knowledge transformation: An examination of the relationship between content knowledge and curricula”. Teaching and Teacher Education. 11 (4): 389-401. Clermont, C. P., Krajcik, J. S., & Borko, H. 1993. “The influence of an intensive in - service workshop on pedagogical content knowledge growth among novice chemical demonstrators”. Journal of Research in Science Teaching, 30 (1), 21-43. ---------.1994. “Comparative study of the pedagogical content knowledge of experienced and novice chemical demonstrators”. Journal of Research in Science Teaching. 31 (4): 419-441. Chicago Public School Education. (1995). Building instructional capacity. Retreived Sep 8, 2011, from www.nsdc.org/standards/qualiteaching.ctm. Cochran, K. F., Deruiter, J. A., & King, R.A. 1993. “Pedagogical content knowing: An integrative model for teacher preparation”. Journal of Teacher Education. 44 (4): 263-272. Corcoran, T and Goertz, M. (1995).Instructional capacity and high performance schools. Educational Research 24 (9): 27–31. Daehler, K. R., & Shinohara, M. 2001.“A complete circuit is a complete circle: Exploring the potential of case materials and methods to develop teachers’ content knowledge and pedagogical content knowledge of science”. Research in Science Education. 31: 267-288. D.R. Whitney and D. L Sabers. 1970. Improving Essay Examinations III, Use of Item Analysis, Technical Bulletin 11, Mimeographed. Iowa City: University Evaluation and Examination Service. Dejarnette. (2012). America’s children: providing early exposure to STEM (science, technology, engineering and math) initiatives. Education, 133(1), 77–84. Eick, C. J. 2000. “Inquiry, nature of science, and evolution: The need for a more complex pedagogical content knowledge in science teaching”. Electric Journal of Science Education. 4 (3). Available: http://unr.edu/homepage/ crowther/ejse/eick.html Faikhamta, C.; Coll, R.K.; & Roadrangka, V. (2009). The development of pre-service chemistry teachers’ pedagogical content knowledge: From a method course to field experience. Journal of Science and Mathematics in Southeast Asia, 32(1), 18 – 35. Geddis, A. N., & Wood, E. 1997. “Transforming subject matter and managing dilemmas: A case study in teacher education”. Teaching and Teacher Education. 13 (6): 611-626. Griffiths, R., MacLeod, G., & McIntyre, D. (1977). Effects of Supervisory Strategies in Microteaching on Students' Attitudes and Skill Acquisition. In D. McIntyre, G. MacLeod & R. Griffiths (Eds.), Investigations of Microteaching, pp. 131-141. Grossman, P. L. 1989. “A study in contrast: Sources of pedagogical content knowledge for secondary English”. Journal of Teacher Edu-cation. 40 (5): 24-31. Halim, L., & Meerah, S. M. 2002. “Science trainee teachers’ pedagogi-cal content knowledge and its influence on physics teaching”. Research in Science and Technological Education. 20 (2): 215-225. Hanover Research. (2011). District Administration Practice. Jame E. Weigand, Implementing Teacher Competencies Positives Approaches to Personalizing Education (New Jersey : Prentice-Hall, 1977), 6. James A. Mackey; Allen D. Glenn; & Darrell R. Lewis. (1977).The Effectiveness of Teacher Education, in Warren Kallenbach; & Meredith Gall, "Microteaching Versus Conventional Methods in Training Elementary. Intern Teachers," Journal of Educational Research, Taylor & Francis, Ltd. John H. Meier. (2012). Rationale for and Application of Microtraining To Improve… The videotape recorder is a dramatically powerful and theoretically ..., Retrieved November 15, 2012 from jte.sagepub.com/cgi/reprint/19/2/145.pdf John H. Bushman. (1973). Flanders Interaction Analysis: For the Teacher of English. National Council of Teachers of English. Kinach, B. M. 2002. “A cognitive strategy for developing pedagogical content knowledge in the secondary mathematics”. Teaching and Teacher Education. 18: 51-71. Koehler, M.J. & Mishra, P. (2008). Introducing TPCK, citing in AACTE Committee on Innovation and Technology, eds. Handbook of Technological Pedagogical Content Knowledge (TPCK) for Educators. Routledge, New York; Washington, DC. Koehler, M.J., Mishra, P. & Cain, W. 2013. What Is Technological Pedagogical Content Knowledge. Journal of Education. 193(3): 13. Lederman, N.G.; & J. Gess-Newsome.(1999). Reconceptualizing secondary science Teacher education. In J. Gess-Newsome and N.G. Lederman (Eds.), Examining pedagogical content knowledge: The construct and its implications for science education (pp.199–213).Dordrecht: Kluwer. Magnusson, S., Krajcik, J., & Borko, H.1999. Nature, sources, and development of pedagogical content knowledge for science teaching. In J. Gess-Newsome & N. G.Lederman (Eds.), “Examining pedagogical content knowledge”(pp. 95-132). Dordrecht, The Netherlands: Kluwer Academic Publisher. Marks, R. 1990. “Pedagogical content knowledge: From a mathematical case to a modified conception”. Journal of Teacher Education. 41(3): 3-11. Maryland STEM: Innovation Today to Meet Tomorrow’s Global Challenges. STEM Education Frequently Asked Questions. Retrieved January 10, 2014, from http://mdk12.org/instruction/curriculum/STEM/pdf/STEM_Frequently_Asked_Questions.pdf Meyrick, Kristy M. (2011). How STEM Education Improve & Student Learning. Meridian K-12 School Computer Technologies Journal, 14(1). Meredith, A. 1995. “Terry’s teaching: Some limitations of Shulman’s pedagogical content knowledge”. Cambridge Journal of Education. 25(2). Available:http://80-weblb. epnet.com.ezproxy.waikato. ac.nz:2048/ citation. asp?tb=1. Murphy, F. and Timmins, F. (2009). Experience based learning (EBL): Exploring Professional teaching through critical reflection and reflexivity. Nurse Education in Practice 9 (1): 72-80. National Research Council, 2012. A Framework for K-12 Science Education: Practices, Crosscutting Concept, and Core Ideas. Committee on New Science Education Standards, Board on Science Education, Division of Behavioral and Social Science and Education. Washington, DC: National Academy Press. Organisation for Economic Co-operation and Development. (2006). Assessing Scientific Reading and Mathematics Literacy: A Framework For PISA 2006.Paris : OECD publications. Organisation for Economic Co-operation and Development. (2007a). PISA 2006 Science competencies for Tomorrow’s World – Volume 1: Analysis.Paris : OECD publications. Organisation for Economic Co-operation and Development. (2007b). PISA 2006 Science competencies for Tomorrow’s World – Volume 2: Data.Paris : OECD publications. Rockland, R., Bloom, D. S., Carpinelli, J., Burr-Alexander, L., Hirsch, L. S., & Kimmel, H. (2010). Advancing the “E” in K-12 STEM Education. Journal of Technology Studies, 36(1), 53-64. Peterson, P. L., Fennema, E., Carpenter, T.P., & Loef, M. 1989. “Teachers’pedagogical content beliefs in mathematics”. Cognition and Instruction. 6 (1): 1-40. Shulman, L. S. 1986. “Those who understand: Knowledge growth in teaching”. Educational Researcher.15 (2): 4-14. Shulman, L. S. 1987. “Knowledge and teaching: Foundations of the new reform”. Harvard Educational Review. 57 (1): 1-22. Stump, S. L. 2001. “Developing preservice teachers’ pedagogical content knowledge of slope”. Journal of Mathematical Behavior.20: 207-227. The College Academic Council. (2004, online).The professor of 21st Century Universal Teaching Competencies. Retreived November 15, 2012, from : http://www.algonguincollage.com. Tuan, H. L. 1996. “Investigating the nature and development of pre-service chemistry teachers’ content knowledge, pedagogical knowledge and pedagogical content knowledge”. Proceeding of the National Science Council Part D: Mathematics, Sci-ence and Technology education. 6 (2): 101-112. Tuan, H. L. & Kaou, R. C. 1997.“Development of a grade eight Taiwanese physical science teachers’pedagogical content knowledge development”. Proceeding of the National Science Council Part D: Mathematics, Science and Technology education. 7 (3): 135-154. Turney, B.L.; & G.P. Robb. (1971). Research in Education: an Introduction. Illinois: The Dryden Press Inc. van Driel, J. H., Beijaard, D., & Verloop, N. 2001. “Professional development of reform in science education: The role of teachers’ practical knowledge”. Journal of Research in Science Teaching. 38 (2): 137-158. van Driel, J. H., de Jong, O., & Verloop, N. 2002. “The development of preservice chemistry teachers’pedagogical content knowledge”. Science Education. 86: 572-590. Van Driel, J. H., Verloop, N., & de Vos, W. 1998. “Developing science teachers’ pedagogical content knowledge”. Journal of Research in Science Teaching. 35 (6): 673-695. Vasquez, J.A., Sneider, C., and Comer, M. (2013). STEM Lesson Essentials: Integrating Science, Technology, Engineering, and Mathematics. Portsmouth, NH: Heinemann. Veal, W. R. 1998. “The evolution of pedagogical content knowledge in prospective secondary chemistry teachers”. Paper presented at the annual meeting of the National Association for Research in Science Teaching, San Diego, CA. Veal, W. R., & MaKinster, J. G.“Pedagogical content knowledge taxonomies”. Electric Journal of Science Education. (June 1999). Availble:http://unr.edu/ homepage/crowther/ejse vealmak.html Vasquez, J.A., Sneider, C., and Comer, M. (2013). STEM Lesson Essentials: Integrating Science, Technology, Engineering, and Mathematics. Portsmouth, NH: Heinemann. Retrieved April 20, 2015 from http://www.teachengineering.org/view_activity.php?url=collection/cub_/activities/cub_convshoes/cub_convshoes_lesson01_activity1.xml. Hanover Research, 2011. District Administration Practice.

หน่วยงานการอ้างอิง

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

หัวข้อวิจัย การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ทั่วไป

ผู้ดำเนินการวิจัย อาจารย์ ดร.เทพพร โลมารักษ์

ที่ปรึกษา  –

หน่วยงาน  มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะครุศาสตร์

ปีวิจัยสมบูรณ์  พ.ศ. 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ คือ (1) ติดตามประเมินผลการออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (2) ประเมินทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ การติดตามประเมินผลหลังการอบรมด้วยโปรแกรมพัฒนานักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ตามแนวทางสะเต็มศึกษา พบว่าทักษะด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 องค์ประกอบ มีค่าเฉลี่ยรายด้าน เท่ากับ 2.76 (S.D.=0.32) ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพระดับเริ่มชำนาญ (Approaching Proficient) ผลการประเมินความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ หลังการปฏิบัติการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาพบว่านักศึกษาครูวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 65 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.25 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเกณฑ์กับคะแนนสอบของนักศึกษาครูหลังการฝึกอบรมด้วยโปรแกรมพัฒนาครูแบบบูรณาการแนวคิดสะเต็มศึกษา พบว่าคะแนนสอบของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์

คำสำคัญ: โปรแกรมพัฒนานักศึกษาครู สะเต็มศึกษา ทักษะด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้

 

Research Title: Designing of STEM Learning Activity of Pre-service Science Teacher

Researcher:  Dr. Tepporn Lomarak

Researcher Consultants:  

Organization: Buriram Rajabhat University, Faculty of Education

Academic Year: 2019

abstract

The purpose of this research was to (1) monitor an in-service science teacher’ competencies’ levels of teaching and skills after implementing professional development instructional program integrated STEM (2) how a in-service science teacher use his knowledge and skills for planning and developing STEM lesson? The research findings revealed that the integrated science, technology, engineering, and mathematics (STEM) were highly recommended to use for developing in-service science teachers’ teaching competencies and skills in 21st century. From experts’ evaluation, the results indicated that competencies’ levels of teaching and skills in 21st century in teaching and learning management of in-service science teachers was achieved as approaching proficient level (Mean = 2.76, S.D.=0.32) in 5 aspects including –planning for STEM instruction, classroom environment and STEM classroom learning management, Strategies for encouraging student to learn effectively, feedback and assessment, and Teaching Reflection—with approaching proficient level of assessment.  The results of achievement score indicated that the score on science content knowledge after implementing the integrated STEM program was higher than the criterion score of 80%.

 

Keywords: Professional Development Program, STEM education, Competencies and skills of teaching and learning management

ไฟล์แนบ

doc 1Cover

ขนาดไฟล์ 394 KB | จำนวนดาวน์โหลด 113 ครั้ง

doc 2Abstract

ขนาดไฟล์ 21 KB | จำนวนดาวน์โหลด 118 ครั้ง

doc 3สารบัญ

ขนาดไฟล์ 22 KB | จำนวนดาวน์โหลด 83 ครั้ง

doc 4บทที่ 1

ขนาดไฟล์ 41 KB | จำนวนดาวน์โหลด 155 ครั้ง

doc 5บทที่ 2

ขนาดไฟล์ 189 KB | จำนวนดาวน์โหลด 600 ครั้ง

doc 6บทที่ 3

ขนาดไฟล์ 47 KB | จำนวนดาวน์โหลด 113 ครั้ง

doc 7บทที่ 4

ขนาดไฟล์ 10 MB | จำนวนดาวน์โหลด 1052 ครั้ง

doc 8บทที่ 5

ขนาดไฟล์ 31 KB | จำนวนดาวน์โหลด 1649 ครั้ง

doc 9บรรณานุกรม

ขนาดไฟล์ 39 KB | จำนวนดาวน์โหลด 227 ครั้ง

doc 10ภาคผนวก

ขนาดไฟล์ 2 MB | จำนวนดาวน์โหลด 138 ครั้ง

ความคิดเห็น